ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย ห้อง 3128
ดูแลตรวจสุขภาพไต รู้ตัวก่อนภาวะไตวาย

โรคไตเรื้อรัง—ภัยเงียบที่คุกคามชีวิต
งานวิจัยทางคลินิกในอิสราเอลและอีกหลายประเทศชั้นนำของโลก
"

ขอต้อนรับสู่ Airmed Clinic

Airmed Clinic (Thailand Curespec’s Partner)

เป็นการร่วมมือครั้งสำคัญทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและ Curespec เทคโนโลยีการใช้คลื่น Shockwave พลังงานต่ำในการดูแลสุขภาพไต

พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพไตด้วย บุคคลากรทางการแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และ Shockwave Technology ให้กับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD)

งานวิจัย

ผลงานการศึกษาและวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) ของเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT

ผลงานการศึกษาและวิจัยทางคลินิก

(Clinical Research) ของเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT

ผลการทดสอบ Pre-Clinical Study ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งทำโดย Mayo Clinic แสดงให้เห็นถึงการสร้างเส้นเลือดฝอย ในไตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังทำการ Treatment โดยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT

Mayo Clinic

เป็นสถาบันการแพทย์และการวิจัย ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก เป็น หน่วยงานไม่แสวงกำไร ที่มีจุดประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการรักษาโรค

มีความรู้ความสามารถในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่ยากที่สุด และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา

Curespec ได้มีการทำวิจัย Clinical Research กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 โดยร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศอิสราเอล, ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ผลลัพท์จากการทำวิจัยตามรายละเอียดด้านล่าง

บริการของเรา

Airmed Clinic พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT และบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ให้กับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD) โดยไม่ใช้ยาและไม่ต้องผ่าตัด 1 คอร์สประกอบด้วยการทำ Treatment 6 ครั้ง, 2 ครั้งต่อสัปดาห์, ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ และมีอัตราค่าใช้จ่ายราคาเต็มต่อ 1 คอร์ส อยู่ที่ 360,000 บาท

Airmed Clinic ภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างเสริม ดูแลสุขภาพไตไปกับคุณ



Airmed Clinic ภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นฮับสุขภาพของไทย


FAQ

1.เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT คือเครื่องอะไรและใช้ ฟื้นฟูไตได้อย่างไร

เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นเครื่อง Shockwave พลังงานต่ำ หรือ Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT) เป็นคลื่นเสียงแบบ Electro-Hydraulic Acoustic Therapy (eHAT) โดยจะยิงไปที่ไตทั้งสองข้างผ่านผิวหนัง ไปยังตำแหน่งที่สำคัญทั้งหมด 8 จุด โดยใช้การหาตำแหน่งอย่างแม่นยำจากเครื่อง Ultrasound ซึ่งคลื่นถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยบริเวณไต ซึ่งจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น (ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน)

เครื่อง shockwave กระตุ้นบริเวณไตจากภายนอก มีความปลอดภัยสูง ไม่สร้างความเจ็บปวด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องใช้ยาระหว่างทำ, ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ต้องใช้เครื่องฟอกเลือด ใช้เวลาไม่เกิน 1ชม.

ผู้ป่วยที่ฟอกไตแล้วยังไม่แนะนำให้ทำค่ะ เราเน้นการฟื้นฟูเพื่อสร้างเส้นเลือดฝอย ชะลอความเสื่อมของไต

ผู้ป่วยที่ไตเสื่อมอยู่ในระยะ 5 แล้วยังไม่ได้ฟอกไต สามารถเลือกรับการบำบัดด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ได้ โดยผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย เนื่องจากระยะ 5 เป็นระยะที่ไตไม่สามารถทำการกรองของเสียได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้รับการฟอกไตก็อาจจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มเส้นเลือดฝอยในไต ช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น สามารถช่วยยืดระยะเวลาการเข้าสู่กระบวนการฟอกไตได้

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับภาวะผู้ป่วยแต่ละท่าน เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยศึกษาในผู้ป่วยระยะ 5 และการ shockwave ไม่สามารถทดแทนการฟอกไตได้ ผู้ป่วยก็อาจจะต้องเข้ารับการฟอกไตในระยะถัดมา เนื่องจากภาวะการเสื่อมได้ถึงจุดที่ไตไม่สามารถทำงานได้แล้ว

การศึกษางานวิจัยในหลายประเทศ ออกมาได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พบว่า หลังจากได้รับการยิง Shockwave จากเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ครบตามโปรแกรม สามารถช่วยลดความดันโลหิตลงเฉลี่ย 10-16 mmHg และค่า eGFR ในผู้ป่วยระดับ 3-4 เฉลี่ยก็อยู่ในระดับทรงตัว ทั้งนี้การสร้างเส้นเลือดฝอยได้มากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละท่าน แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น

จากงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เข้าทำการบำบัดด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT จำนวน 6 ครั้งใน 3 สัปดาห์ (1 คอร์ส) พบว่าสามารถลดค่าความดันโลหิตทั้งด้านสูงและต่ำสำหรับผู้ป่วยโรคความดันสูง รวมถึงสามารถทำให้สภาวะการทำงานของไตทรงตัว โดยไม่แย่ลง อ้างอิงจากค่า eGFR ที่มีการตรวจติดตามต่อเนื่อง 12 เดือนหลังการรักษา โดยการรักษาแนะนำให้ยิง ปีละ 1 คอร์ส เพื่อชะลอการเสื่อมของไตให้ได้นานที่สุด หรือชะลอการฟอกไตให้ยืดออกไปได้นานที่สุดเท่าที่ไตจะสามารถทำงานต่อไปได้ด้วยการบำบัดด้วย shockwave คลื่นพลังงานต่ำ ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ มีผลลัพธ์ในงานวิจัยที่เป็นเชิงบวก

(ผู้ป่วยแต่ละท่านมีสภาวะร่างกายที่แตกต่างกันซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกัน)

เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นเครื่อง Shockwave พลังงานต่ำ หรือ Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT) เป็นคลื่นเสียงแบบ Electro-Hydraulic Acoustic Therapy (eHAT) โดยจะยิงไปที่ไตทั้งสองข้างผ่านผิวหนัง ไปยังตำแหน่งที่สำคัญทั้งหมด 8 จุด โดยใช้การหาตำแหน่งอย่างแม่นยำจากเครื่อง Ultrasound เครื่องเราเน้นกระตุ้นไปที่ไตอย่างเดียวโดยตรง

สำหรับวิธีการอื่นๆ ทางคลินิกไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน จึงขอให้ข้อมูลเครื่องของเราเท่านั้น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ก เครื่องนี้เป็นคลื่น Shockwave เหมือนกันกับที่ใช้รักษากล้ามเนื้อ แต่ เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ใช้คลื่น Shockwave พลังงานต่ำ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับไตโดยเฉพาะและยิงลึกไปถึงจุดตำแหน่งไต

*เทคโนโลยี ได้ผ่านมาตรฐาน CE (Europe) ให้ใช้งานได้ในประเทศยุโรป

(โดยจากงานวิจัย การฟื้นฟูและชะลอ ไตเสื่อมเรื้อรัง ไปถึงระดับ 3-4 ด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT จะสามารถกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยในไต เพื่อทำให้เกิดการทำงานของไต ได้ดีขึ้น รักษาระดับค่า eGFR ให้ทรงตัว และลดความดันที่เกิดจากโรคไตเสื่อม)

แนะนำให้ทำ 1 คอร์ส คือยิงคลื่น Shockwave ทั้งหมด 6 ครั้ง ภายใน 3 สัปดาห์ มีโอกาสที่จะชะลอไตเสื่อม ให้อยู่ในภาวะเฉลี่ยคงที่ ได้ประมาณ 1 ปี และควรทำต่อเนื่องทุกปีเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมให้ได้นานที่สุด

*การใช้เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยที่มีแนวโน้มที่จะชะลอภาวะไตเสื่อม (ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยแต่ละท่าน)

เนื่องจากเเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็น Shockwave ที่ใช้กระตุ้นไตโดยเฉพาะเครื่องแรกของโลก เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย จากงานวิจัยการบำบัดด้วย shockwave มีแนวโน้มที่จะช่วยชะลอภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยระยะ 3-4 ให้มีค่า eGFR ที่ทรงตัว และสามารถลดความดันโลหิตได้อย่างน่าสนใจ เครื่องมือจึงมีราคาค่อนข้างสูง และเราต้องใช้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญเครื่องมือ ซึ่งยังมีไม่มากในประเทศไทย แต่เราคาดหวังว่าราคาค่าคอร์สบำบัดฟื้นฟู ด้วย Shockwave จะมีแนวโน้มที่ลดลงตามความต้องการที่น่าจะเป็นที่สนใจของผู้ป่วยโรคไตเสื่อมมากขึ้นในอนาคต