-
-
ดูแลตรวจสุขภาพไต รู้ตัวก่อนภาวะไตวาย
-
-
โรคไตเรื้อรัง - ภัยเงียบที่คุกคามชีวิต
-
งานวิจัยทางคลินิกในอิสราเอล
และอีกหลายประเทศชั้นนำของโลก
ขอต้อนรับสู่ Airmed Clinic
Airmed Clinic (Thailand Curespec’s Partner)
เป็นการร่วมมือครั้งสำคัญทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและ Curespec เทคโนโลยีการใช้คลื่น Shockwave พลังงานต่ำในการดูแลสุขภาพไต
พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพไตด้วย บุคคลากรทางการแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และ Shockwave Technology ให้กับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD)
งานวิจัย
ผลงานการศึกษาและวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) ของเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT
ผลงานการศึกษาและวิจัยทางคลินิก
ผลการทดสอบ Pre-Clinical Study ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งทำโดย Mayo Clinic แสดงให้เห็นถึงการสร้างเส้นเลือดฝอย ในไตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังทำการ Treatment โดยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT

Mayo Clinic
เป็นสถาบันการแพทย์และการวิจัย ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก เป็น หน่วยงานไม่แสวงกำไร ที่มีจุดประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการรักษาโรค
มีความรู้ความสามารถในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่ยากที่สุด และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา
Curespec ได้มีการทำวิจัย Clinical Research กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 โดยร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำใน
ประเทศอิสราเอล, ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ผลลัพท์จากการทำวิจัยตามรายละเอียดด้านล่าง
บริการของเรา
Airmed Clinic พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT และบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ให้กับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease : CKD) โดยไม่ใช้ยาและไม่ต้องผ่าตัด 1 คอร์สประกอบด้วยการทำ Treatment 6 ครั้ง, 2 ครั้งต่อสัปดาห์, ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ และมีอัตราค่าใช้จ่ายราคาเต็มต่อ 1 คอร์ส อยู่ที่ 360,000 บาท
Airmed Clinic ภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างเสริม ดูแลสุขภาพไตไปกับคุณ
Airmed Clinic ภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นฮับสุขภาพของไทย
FAQ
1. เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT คือเครื่องอะไรและใช้ ฟื้นฟูไตได้อย่างไร
เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นเครื่อง Shockwave พลังงานต่ำ หรือ Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT) เป็นคลื่นเสียงแบบ Electro-Hydraulic Acoustic Therapy (eHAT) โดยจะยิงไปที่ไตทั้งสองข้างผ่านผิวหนัง ไปยังตำแหน่งที่สำคัญทั้งหมด 8 จุด โดยใช้การหาตำแหน่งอย่างแม่นยำจากเครื่อง Ultrasound ซึ่งคลื่นถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยบริเวณไต ซึ่งจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น (ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน)
1.1 การฟื้นฟูไตด้วย shockwave ต้องใช้เครื่องฟอกเลือดหรือไม่
เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นเครื่อง Shockwave พลังงานต่ำ หรือ Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT) เป็นคลื่นเสียงแบบ Electro-Hydraulic Acoustic Therapy (eHAT) โดยจะยิงไปที่ไตทั้งสองข้างผ่านผิวหนัง ไปยังตำแหน่งที่สำคัญทั้งหมด 8 จุด โดยใช้การหาตำแหน่งอย่างแม่นยำจากเครื่อง Ultrasound ซึ่งคลื่นถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยบริเวณไต ซึ่งจะช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น (ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน)
2. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เข้ารับการฟอกไตแล้วสามารถเข้ารับการฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ได้หรือไม่
ผู้ป่วยที่ฟอกไตแล้วยังไม่แนะนำให้ทำค่ะ เราเน้นการฟื้นฟูเพื่อสร้างเส้นเลือดฝอย ชะลอความเสื่อมของไต
3. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วสามารถเข้ารับการฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ได้หรือไม่
ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วไม่แนะนำให้รับการยิง shockwave
4. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ5สามารถเข้ารับการฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ได้หรือไม่
ผู้ป่วยที่ไตเสื่อมอยู่ในระยะ 5 แล้วยังไม่ได้ฟอกไต สามารถเลือกรับการบำบัดด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ได้ โดยผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย เนื่องจากระยะ 5 เป็นระยะที่ไตไม่สามารถทำการกรองของเสียได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้รับการฟอกไตก็อาจจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มเส้นเลือดฝอยในไต ช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น สามารถช่วยยืดระยะเวลาการเข้าสู่กระบวนการฟอกไตได้
5. ผลการรักษาหลังเข้ารับการฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นอย่างไร (สามารถลดความดันได้เท่าไหร่,สร้างเส้นเลือดเพิ่มขึ้นกี่%, ค่า eGFR ดีขึ้นไหม)
การศึกษางานวิจัยในหลายประเทศ ออกมาได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พบว่า หลังจากได้รับการยิง Shockwave จากเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ครบตามโปรแกรม สามารถช่วยลดความดันโลหิตลงเฉลี่ย 10-16 mmHg และค่า eGFR ในผู้ป่วยระดับ 3-4 เฉลี่ยก็อยู่ในระดับทรงตัว ทั้งนี้การสร้างเส้นเลือดฝอยได้มากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละท่าน แต่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น
6. คอร์สฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT มีการรับประกันผลการรักษาหรือไม่
จากงานวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เข้าทำการบำบัดด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT จำนวน 6 ครั้งใน 3 สัปดาห์ (1 คอร์ส) พบว่าสามารถลดค่าความดันโลหิตทั้งด้านสูงและต่ำสำหรับผู้ป่วยโรคความดันสูง รวมถึงสามารถทำให้สภาวะการทำงานของไตทรงตัว โดยไม่แย่ลง อ้างอิงจากค่า eGFR ที่มีการตรวจติดตามต่อเนื่อง 12 เดือนหลังการรักษา โดยการรักษาแนะนำให้ยิง ปีละ 1 คอร์ส เพื่อชะลอการเสื่อมของไตให้ได้นานที่สุด หรือชะลอการฟอกไตให้ยืดออกไปได้นานที่สุดเท่าที่ไตจะสามารถทำงานต่อไปได้ด้วยการบำบัดด้วย shockwave คลื่นพลังงานต่ำ ที่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ มีผลลัพธ์ในงานวิจัยที่เป็นเชิงบวก
7. เทคโนโลยี Shockwave พลังงานต่ำ แบบ eHAT กับเทคโนโลยี EECP แตกต่างกันอย่างไร
เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็นเครื่อง Shockwave พลังงานต่ำ หรือ Low-Intensity Shockwave Therapy (Li-ESWT) เป็นคลื่นเสียงแบบ Electro-Hydraulic Acoustic Therapy (eHAT) โดยจะยิงไปที่ไตทั้งสองข้างผ่านผิวหนัง ไปยังตำแหน่งที่สำคัญทั้งหมด 8 จุด โดยใช้การหาตำแหน่งอย่างแม่นยำจากเครื่อง Ultrasound เครื่องเราเน้นกระตุ้นไปที่ไตอย่างเดียวโดยตรง
8. เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT นี้คล้ายกับเครื่องกายภาพที่มีใช้รักษากล้ามเนื้อเส้นเอ็นไหม
ก เครื่องนี้เป็นคลื่น Shockwave เหมือนกันกับที่ใช้รักษากล้ามเนื้อ แต่ เทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ใช้คลื่น Shockwave พลังงานต่ำ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับไตโดยเฉพาะและยิงลึกไปถึงจุดตำแหน่งไต
9. คอร์สฟื้นฟูไตด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ต้องทำกี่คอร์สถึงจะเห็นผล
แนะนำให้ทำ 1 คอร์ส คือยิงคลื่น Shockwave ทั้งหมด 6 ครั้ง ภายใน 3 สัปดาห์ มีโอกาสที่จะชะลอไตเสื่อม ให้อยู่ในภาวะเฉลี่ยคงที่ ได้ประมาณ 1 ปี และควรทำต่อเนื่องทุกปีเพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมให้ได้นานที่สุด
10. เพราะเหตุใดคอร์สฟื้นฟูไต ด้วยเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT ถึงมีราคาสูง
เนื่องจากเเทคโนโลยีช็อคเวฟพลังงานต่ำ แบบ eHAT เป็น Shockwave ที่ใช้กระตุ้นไตโดยเฉพาะเครื่องแรกของโลก เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย จากงานวิจัยการบำบัดด้วย shockwave มีแนวโน้มที่จะช่วยชะลอภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยระยะ 3-4 ให้มีค่า eGFR ที่ทรงตัว และสามารถลดความดันโลหิตได้อย่างน่าสนใจ เครื่องมือจึงมีราคาค่อนข้างสูง และเราต้องใช้บุคลากรผู้เชี่ยวชาญเครื่องมือ ซึ่งยังมีไม่มากในประเทศไทย แต่เราคาดหวังว่าราคาค่าคอร์สบำบัดฟื้นฟู ด้วย Shockwave จะมีแนวโน้มที่ลดลงตามความต้องการที่น่าจะเป็นที่สนใจของผู้ป่วยโรคไตเสื่อมมากขึ้นในอนาคต
